3Q26 Newsletter

เรียน นักลงทุนและผู้ถือหุ้นที่เคารพ
ยินดีต้อนรับสู่จดหมายข่าวนักลงทุนสัมพันธ์ประจำไตรมาส 3 ปี 2569 ฉบับนี้นำเสนอพัฒนาการสำคัญของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ นับตั้งแต่การประชุมนักวิเคราะห์ประจำไตรมาส 2 ปี 2569 ครอบคลุมทั้งภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค ความคืบหน้าทางธุรกิจ ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี และรางวัลที่กลุ่มได้รับในระหว่างไตรมาส
ในด้านเศรษฐกิจ SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเป็น 2.2% ในปี 2569 และ 2.1% ในปี 2570 โดยมีแรงสนับสนุนจากวัฏจักรการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ของโลก ซึ่งยังคงขับเคลื่อนการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยี สอดคล้องกับพัฒนาการทางเศรษฐกิจล่าสุดที่การส่งออกสินค้าเทคโนโลยียังคงขยายตัวดี ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ทั่วถึง ในการประชุมเดือนสิงหาคม คณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% โดยระบุว่าเศรษฐกิจยังได้รับแรงสนับสนุนจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ แม้การเติบโตยังอยู่ในระดับต่ำและไม่ทั่วถึง ขณะที่สินเชื่อโดยรวมเริ่มปรับดีขึ้น โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยังคงหดตัว และคุณภาพสินเชื่อของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
ภายใต้บริบทดังกล่าว เอสซีบีเอกซ์ยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์สำคัญด้านการบริหารความมั่งคั่งและธุรกิจประกันภัย ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดตัว SCB Gold Marketplace บน SCB EASY ร่วมกับผู้ค้าทองชั้นนำ 3 ราย เพื่อเสริมบทบาทของธนาคารในฐานะแพลตฟอร์มด้านการบริหารความมั่งคั่ง และเพิ่มการเข้าถึงการลงทุนทองคำตามมาตรฐานสากล ขณะเดียวกัน ธนาคารไทยพาณิชย์และเอฟดับบลิวดีประกันชีวิต เปิดตัวประกัน Multi Asset 14/6 (Index Linked) เน้นย้ำความสำคัญของการกระจายความเสี่ยงในการวางแผนความมั่งคั่ง ส่วนอินชัวร์เอ็กซ์ประกาศแผนเพิ่มจำนวนที่ปรึกษาด้านประกันเป็น 1,000 รายภายในสิ้นปี 2569 รองรับการเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบนายหน้าประกันภัยไปสู่รูปแบบที่เน้นการให้คำปรึกษา
ในด้านเทคโนโลยี เอสซีบีเอกซ์ได้เปิดตัวระบบวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้นภายในองค์กร สำหรับอ่านและวิเคราะห์เอกสารการเงินภาษาไทยที่มีความซับซ้อน พร้อมยื่นจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีหลัก ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการสร้างขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาขององค์กรเอง นอกจากนี้ กลุ่มยังได้รับการยอมรับจากภายนอก โดยได้รับ 3 รางวัลจาก Money & Banking Awards 2026 และ 4 รางวัลจาก Techsauce Awards 2026 สะท้อนความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ให้ปัญญาประดิษฐ์เป็นแกนหลัก
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจดหมายข่าวนักลงทุนสัมพันธ์ฉบับนี้จะช่วยให้ท่านเห็นภาพรวมความคืบหน้าของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ได้อย่างชัดเจน โดยได้จัดทำส่วนของคำถามที่พบบ่อยไว้ท้ายรายงานเพื่ออธิบายประเด็นสำคัญจากคำถามของนักลงทุนและนักวิเคราะห์
ขอแสดงความนับถือ
นักลงทุนสัมพันธ์
SCB EIC – Outlook ไตรมาส 3/2569

SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเป็น 2.2% ในปี 2569 จากเดิม 2.0% และ 2.1% ในปี 2570 จากเดิม 1.9% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากวัฏจักรการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ของโลก ซึ่งยังคงสนับสนุนการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยี ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัว 16.0%
อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่ทั่วถึงและมีความแตกต่างชัดเจนในหลายมิติ ทั้งประเภทธุรกิจ ขนาดกิจการ ตลาดแรงงาน และครัวเรือน โดยการเติบโตยังคงกระจุกตัวในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมด้านเงินทุน เทคโนโลยี และบุคลากร ธุรกิจเหล่านี้พึ่งพาสินค้าทุน วัตถุดิบ และสินค้าขั้นกลางจากต่างประเทศในระดับสูง ขณะที่ความเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการและแรงงานในประเทศยังค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้ประโยชน์ต่อมูลค่าเพิ่มในประเทศ การจ้างงาน และรายได้ยังไม่กระจายในวงกว้าง ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยังเผชิญกับรายได้ที่ฟื้นตัวช้า อัตรากำไรและสภาพคล่องที่ถูกกดดัน รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ ส่วนแรงงานนอกระบบและครัวเรือนรายได้น้อยยังฟื้นตัวช้ากว่ากลุ่มอื่น
การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ตามการฟื้นตัวของรายได้แรงงานที่ยังเป็นไปอย่างช้า ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ โดยวงเงิน 2 แสนล้านบาทแรกภายใต้พระราชกำหนดกู้เงินวงเงินรวม 4 แสนล้านบาท คาดว่าจะช่วยประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจและบรรเทาภาระค่าครองชีพในช่วงที่เหลือของปีนี้ ขณะที่วงเงินอีก 2 แสนล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน คาดว่าจะทยอยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้นในปี 2570
ด้านนโยบายการเงิน SCB EIC คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% จนถึงสิ้นปี 2570 แม้แนวโน้มการเติบโตจะปรับดีขึ้น แต่เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าระดับศักยภาพและการฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง ขณะที่ลูกหนี้รายย่อยและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยังเผชิญภาวะสินเชื่อที่ค่อนข้างตึงตัว ดังนั้น มาตรการทางการเงินเฉพาะจุด เช่น การปรับโครงสร้างหนี้และมาตรการสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จึงยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ มาตรการทางการค้าเพิ่มเติมของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินและการส่งผ่านสินค้า ความเสี่ยงจากภาวะซูเปอร์เอลนีโญที่อาจกระทบผลผลิตภาคเกษตร รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของราคาพลังงานโลก นอกจากนี้ ไทยยังมีความเสี่ยงที่จะถูกตรวจสอบเข้มงวดขึ้นจากสหรัฐฯ หลังถูกจัดอยู่ในกลุ่มระดับ 2 ด้านความเสี่ยงจากการส่งผ่านสินค้า
อ่านต่อ: https://www.scbeic.com/th/detail/product/outlook-q32026
ไทยพาณิชย์เปิดตัว SCB Gold Marketplace ยกระดับการลงทุนทองคำผ่าน SCB EASY

ธนาคารไทยพาณิชย์ร่วมกับผู้ค้าทองคำชั้นนำ 3 ราย ได้แก่ ฮั่วเซ่งเฮง แม่ทองสุก (MTS Gold) และ วายแอลจี (YLG) เปิดตัว SCB Gold Marketplace บริการซื้อขายทองคำจากผู้ค้าทั้ง 3 รายบนแพลตฟอร์มเดียวผ่าน SCB EASY ลูกค้าสามารถซื้อขายทองคำด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐผ่านบัญชี SCB e-FCD ในราคาอ้างอิงตลาดโลก ครอบคลุมทองคำบริสุทธิ์ 96.5% และ 99.99% โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการซื้อขาย และเริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 0.05 บาททอง หรือ 0.05 ออนซ์ พร้อมทางเลือกรับทองคำจริงที่ร้านค้าพันธมิตรหรือจัดส่งถึงบ้าน
บริการดังกล่าวช่วยต่อยอด SCB EASY สู่แพลตฟอร์มการลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยลูกค้าสามารถบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ลงทุนในกองทุนต่างประเทศ และซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชันเดียว ซึ่งช่วยสนับสนุนการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนท่ามกลางความผันผวนของตลาด และสอดคล้องกับแนวทางของธนาคารในการยกระดับ SCB EASY จากแอปพลิเคชันสำหรับการทำธุรกรรม สู่แพลตฟอร์มทางการเงินและการลงทุนที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น
การเปิดตัวบริการดังกล่าวสอดรับกับความต้องการลงทุนทองคำของคนไทยที่อยู่ในระดับสูง โดยประเทศไทยมีปริมาณการซื้อขายทองคำเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และอยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงสุดกว่า 250,000 ล้านบาทต่อวัน ขณะที่ SCB EASY มีผู้ใช้งานมากกว่า 17 ล้านราย ธนาคารระบุว่าพฤติกรรมของผู้ลงทุนกำลังเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นผลตอบแทนจากราคาสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยง การบริหารสภาพคล่อง และการรักษามูลค่าความมั่งคั่ง สอดคล้องกับบทบาทของธนาคารในการเป็นพันธมิตรทางการเงินและแพลตฟอร์มด้านการบริหารความมั่งคั่งที่เชื่อมโยงลูกค้ากับโอกาสการลงทุน
อ่านต่อ: https://www.scb.co.th/th/about-us/news/aug-2569/scb-gold-marketplace.html
ไทยพาณิชย์และ FWD ประกันชีวิต เปิดตัวประกัน Multi Asset 14/6 (Index Linked)

ธนาคารไทยพาณิชย์และ FWD ประกันชีวิต เปิดตัวประกันชีวิตสะสมทรัพย์ Multi Asset 14/6 (Index Linked) ซึ่งผสานความคุ้มครองชีวิตกับโอกาสในการสร้างความมั่งคั่ง โดยให้ความคุ้มครองชีวิต เงินคืนรายปีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ และโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มเติมที่อ้างอิงดัชนี Canopy 11.5% Volatility with 3% Decrement Index ซึ่งมี Goldman Sachs เป็นผู้จัดทำและคำนวณดัชนี ดัชนีดังกล่าวใช้กลยุทธ์กระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท พร้อมปรับสัดส่วนการลงทุนตามสภาวะเศรษฐกิจโดยพิจารณาจากสัญญาณการเติบโตและเงินเฟ้อ ผลิตภัณฑ์นี้เป็นทางเลือกระหว่างประกันชีวิตสะสมทรัพย์แบบดั้งเดิมที่ให้ผลประโยชน์ตามที่กำหนด กับประกันชีวิตควบการลงทุนที่มีโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนแต่มีความผันผวนตามภาวะตลาด โดยธนาคารระบุว่าความผันผวนของตลาดและภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำทำให้นักลงทุนให้ความสำคัญกับการกระจายการลงทุนมากขึ้น
นอกจากนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์และเอฟดับบลิวดีประกันชีวิตยังจัดสัมมนา “Resilience Wealth: The Power of Diversification” เพื่อนำเสนอมุมมองเศรษฐกิจและการลงทุนโลก แนวทางการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท และการวางแผนความมั่งคั่งในระยะยาว โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจากธนาคารไทยพาณิชย์ เอฟดับบลิวดีประกันชีวิต บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ และบอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป ร่วมให้มุมมอง
อ่านต่อ: https://www.scb.co.th/th/about-us/news/sep-2569/fwd-scb-multi-asset.html
เอสซีบีเอกซ์เปิดตัว CORA ปัญญาประดิษฐ์สำหรับธุรกิจสินเชื่อภาคธุรกิจ

เอสซีบีเอกซ์เปิดตัว CORA (Credit Optimization and Revolution with AI) ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้นภายในองค์กร สำหรับอ่าน วิเคราะห์ และตอบคำถามจากเอกสารภาษาไทยที่มีความซับซ้อน โดยเริ่มต้นจากรายงานประจำปีแบบ 56-1 และพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนธุรกิจสินเชื่อภาคธุรกิจ ครอบคลุมการประเมินความเสี่ยง การวิเคราะห์งบการเงิน การจัดทำบันทึกวิเคราะห์สินเชื่อ และการคาดการณ์กระแสเงินสด พร้อมความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับไปยังเอกสารต้นทาง รองรับข้อมูลที่ซับซ้อน และเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายส่วนของเอกสาร ช่วยลดระยะเวลาวิเคราะห์จากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่วินาที ภายใต้หลักการใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบ ขณะที่เทคโนโลยีหลักได้ยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรแล้ว
อ่านต่อ: https://www.scbx.com/th/news/cora-ai-analyst/
อินชัวร์เอกซ์ ตั้งเป้าขยายทีมที่ปรึกษาด้านประกันสู่ 1,000 รายภายในสิ้นปี 2569

บริษัท อินชัวร์ เอกซ์ จำกัด นายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยที่ธนาคารไทยพาณิชย์ถือหุ้น 100% มีแผนขยายทีมที่ปรึกษาด้านประกันสู่ 1,000 รายภายในสิ้นปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Hire to Success” เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่รูปแบบธุรกิจที่เน้นการให้คำปรึกษา โดยนำข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์มาช่วยวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า การขยายทีมมุ่งเน้นการสรรหาผ่านหัวหน้าทีม การดึงดูดผู้มีประสบการณ์ด้านงานขายและบริการ รวมถึงบุคลากรในภาคธนาคารที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพผ่าน Skywalk Program พร้อมโครงสร้างผลตอบแทนที่โปร่งใส รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น และเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพที่ชัดเจน โดยผู้ถือใบอนุญาตนายหน้าประกันมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนสูงสุดถึง 40% ตามเงื่อนไขของบริษัทและผลการปฏิบัติงาน
อ่านต่อ: https://www.scb.co.th/th/about-us/news/aug-2569/insure-x-hire-success.html
กลุ่มเอสซีบีเอกซ์คว้า 3 รางวัลจาก Money & Banking Awards 2026

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ได้รับ 3 รางวัลจากเวที Money & Banking Awards 2026 สะท้อนการดำเนินธุรกิจด้านการเงินและเทคโนโลยีของกลุ่ม ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง โดยเอสซีบีเอกซ์ได้รับรางวัลบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 หมวดธุรกิจธนาคาร คาร์ดเอกซ์ ได้รับรางวัลบริษัทยอดเยี่ยมด้านบัตรเครดิตแห่งปี 2569 และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด ได้รับรางวัลกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ประเภทกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ จากกองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์ THB เฮดจ์ (ชนิดสะสมมูลค่า) หรือ SCBGOLDH โดยมีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล
อ่านต่อ: https://www.scbx.com/th/news/money-banking-awards-2026/
กลุ่มเอสซีบีเอกซ์คว้า 4 รางวัลจาก Techsauce Awards 2026

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ได้รับ 4 รางวัลจากเวที Techsauce Awards 2026 สะท้อนความคืบหน้าในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรที่ให้ปัญญาประดิษฐ์เป็นแกนหลัก โดยเอสซีบีเอกซ์ได้รับรางวัล The Sauciest Brand for Talent ขณะที่ DataX ได้รับรางวัล The Sauciest AI-Driven Company ส่วนประธานเจ้าหน้าที่ด้านนวัตกรรมของเอสซีบีเอกซ์และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCB 10X ได้รับรางวัล The Sauciest Tech Visionary of the Year และประธานเจ้าหน้าที่ด้านข้อมูลของ DataX ได้รับรางวัล The Sauciest Woman in Tech นอกจากนี้ DataX ยังได้รับการยอมรับจากการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในกระบวนการทำงานจริง อาทิ ORCAA ผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์บน Microsoft Teams ที่ช่วยลดระยะเวลาการตอบคำถามของพนักงานได้มากกว่า 65% และ Pygmy ที่ช่วยสนับสนุนการบันทึกเวลาทำงาน โดยมีอัตราการส่งข้อมูลตรงเวลามากกว่า 90% ขณะที่ DataX มีผลงานวิจัยตีพิมพ์แล้ว 23 เรื่อง โดย 14 เรื่องได้รับการตอบรับจากงานประชุมวิชาการระดับ Tier 1
อ่านต่อ: https://www.scbx.com/th/news/techsauce-awards-2026/
คำถามที่พบบ่อย
Q: สถานการณ์ของคาร์ดเอกซ์ในปัจจุบันเป็นอย่างไร
A: พอร์ตสินเชื่อของคาร์ดเอกซ์มีเสถียรภาพมากขึ้น แม้ว่าความสามารถในการทำกำไรยังอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมาย โดยยอดสินเชื่อหยุดปรับลดลงและเริ่มเห็นการเติบโตเล็กน้อยในบางส่วน
Q: ปัจจุบันแบงก์เอกซ์มีความคืบหน้าอย่างไร และคาดว่าจะเริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อใด
A: แบงก์เอกซ์อยู่ระหว่างการจัดตั้งและเตรียมความพร้อมในการดำเนินธุรกิจ โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปี 2570
Q: การขายสินเชื่อด้อยคุณภาพและการตัดหนี้สูญในระดับสูงในไตรมาส 2 ปี 2569 สะท้อนถึงการเสื่อมลงของคุณภาพสินทรัพย์หรือไม่
A: การขายสินเชื่อด้อยคุณภาพและการตัดหนี้สูญที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2569 สะท้อนถึงจังหวะในการบริหารจัดการพอร์ตเป็นหลัก มากกว่าการเสื่อมลงของคุณภาพสินทรัพย์ โดยการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำในช่วงหลายไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ในไตรมาสดังกล่าวมีทั้งโอกาสในการขายและสินเชื่อที่ถึงจังหวะเหมาะสมในการตัดหนี้สูญเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งนี้ ตัวชี้วัดภายใน ได้แก่ การค้างชำระในระยะแรก สินเชื่อที่จัดอยู่ใน Stage 2 และการเกิดสินเชื่อด้อยคุณภาพใหม่ ยังไม่แสดงสัญญาณการเสื่อมลงอย่างมีนัยสำคัญ
Q: เหตุใดออโต้เอกซ์จึงขยายระยะเวลาการตัดหนี้สูญ และส่งผลต่ออัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างไร
A: ออโต้เอกซ์ขยายระยะเวลาการตัดหนี้สูญจาก 180 วันเป็น 365 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะของพอร์ตสินเชื่อที่มีหลักประกัน โดยจากประสบการณ์ในการเรียกเก็บหนี้พบว่ายังสามารถเรียกเก็บเงินได้ต่อเนื่องหลัง 180 วัน การขยายระยะเวลาดังกล่าวยังช่วยเพิ่มเวลาในการบริหารจัดการหลักประกัน ทั้งนี้ การที่สินเชื่อยังคงอยู่ในงบดุลเป็นระยะเวลานานขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพที่รายงานยังอยู่ในระดับสูงขึ้นชั่วคราว
Q: การเพิ่มขึ้นของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสร้างโอกาสด้านสินเชื่อให้กับเอสซีบีเอกซ์อย่างไร
A: การเพิ่มขึ้นของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศไม่จำเป็นต้องทำให้สินเชื่อจากธนาคารในประเทศเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน เนื่องจากบริษัทต่างชาติอาจได้รับเงินทุนจากบริษัทแม่หรือสถาบันการเงินในต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีระยะเวลาระหว่างการอนุมัติการลงทุนและความต้องการใช้เงินทุนจริง ในระยะสั้น โอกาสด้านสินเชื่อจึงเห็นได้ชัดเจนกว่าในด้านเงินทุนหมุนเวียน ขณะที่ความต้องการสินเชื่อเพื่อการลงทุนและสินเชื่อโครงการในวงกว้างยังมีจำกัด
Q: ปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้ FVTPL มีความผันผวนคืออะไร
A: ความผันผวนส่วนใหญ่มาจากภาวะตลาดและสถานะการลงทุน มากกว่าธุรกรรมที่เกิดจากความต้องการของลูกค้า ดังนั้น รายได้จาก FVTPL จึงอาจเปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาดและจังหวะการรับรู้กำไรจากการลงทุน
Q: รายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในระดับปัจจุบันมีความยั่งยืนเพียงใด
A: รายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในระดับปัจจุบันได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับปรุงเชิงโครงสร้าง ทั้งการพัฒนากระบวนการทำงาน การใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยระบุกลุ่มลูกค้าและจัดพอร์ตการลงทุน การเพิ่มประสิทธิภาพของผู้จัดการความสัมพันธ์ลูกค้า และการเปลี่ยนจากการขายที่เน้นธุรกรรมไปสู่รูปแบบการให้คำปรึกษาและรายได้ที่อิงสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร นอกจากนี้ ภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยยังช่วยสนับสนุนรายได้เพิ่มเติม ซึ่งอาจชะลอลงเมื่อภาวะตลาดกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ดี ฐานรายได้พื้นฐานยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าก่อนการปรับรูปแบบธุรกิจ