31 มีนาคม 2569

1Q26 Newsletter

เรียน นักลงทุนและผู้ถือหุ้นที่เคารพ

ยินดีต้อนรับสู่จดหมายข่าวนักลงทุนสัมพันธ์ประจำไตรมาส 1/2569 ฉบับนี้นำเสนอพัฒนาการสำคัญของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์นับตั้งแต่การประชุมนักวิเคราะห์ไตรมาส 4/2568 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ครอบคลุมทั้งภาพรวมเศรษฐกิจ ประเด็นสำคัญทางธุรกิจ และความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี

ในด้านเศรษฐกิจ แนวโน้มยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง โดย SCBEIC ได้ปรับลดประมาณการ ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศปี 2569 ลงมาอยู่ที่ 1.4% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.2% จากผลกระทบของราคาพลังงานและความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอลง เนื่องจากครัวเรือนยังเผชิญรายได้ที่เปราะบางและภาระหนี้ในระดับสูง ขณะที่ภาคธุรกิจได้รับแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นและข้อจำกัดด้านอุปทาน ภายใต้บริบทดังกล่าว ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของลูกค้า สอดคล้องกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ใหม่ที่ถูกปรับลดได้แก่ อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลดลงเหลือ 6.350% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับลดลงเหลือ 6.275% ต่อปี และ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ปรับลดลงเหลือ 6.575% ต่อปี

ในไตรมาสนี้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ในด้านการเติบโต นวัตกรรม และการกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยพัฒนาการสำคัญ ได้แก่ การเปิดตัวบัตรเครดิต SCB WEALTH ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัทคาร์ดเอกซ์ เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายได้ครบวงจรและลึกกว่าเดิม ประกอบกับความคืบหน้าของความร่วมมือกับ KakaoBank และ WeBank ในการประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาในประเทศไทย รวมถึงการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ คุณสารัชต์ รัตนาภรณ์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารไทยพาณิชย์ และคุณจิมมี่ ฟาน ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569

นอกจากนี้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ยังได้รับการยอมรับในระดับสากลด้านความยั่งยืน โดยได้รับการจัดอันดับใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ด้วยคะแนนสูงสุดในกลุ่มธนาคารไทยที่ 88 จาก 100 และได้รับรางวัลจาก Future Trends Awards 2026 รวมทั้งสิ้น 12 รางวัล

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจดหมายข่าวนักลงทุนสัมพันธ์ฉบับนี้จะช่วยให้ท่านเห็นภาพรวมความคืบหน้าของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ได้อย่างชัดเจน โดยได้จัดทำส่วนของคำถามที่พบบ่อยไว้ท้ายรายงานเพื่ออธิบายประเด็นสำคัญจากคำถามของนักลงทุนและนักวิเคราะห์

ขอแสดงความนับถือ นักลงทุนสัมพันธ์


SCB EIC – Outlook ไตรมาส 1/2569

SCB EIC ปรับลดประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 ลงสู่ระดับ 1.4% จากเดิม 1.8% โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์โลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 3.2% ตลอดทั้งปี สูงกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย ความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยสะท้อนผ่านการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสุทธิในสัดส่วนราว 8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ รวมถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งผลักดันให้เศรษฐกิจเผชิญความเสี่ยงภาวะเงินเฟ้อหยุดชะงัก พร้อมกับความเสี่ยงของการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด การขาดดุลเงินทุนเคลื่อนย้าย และการขาดดุลการคลังที่สูงขึ้น

วิกฤตดังกล่าวส่งผลกระทบผ่านหลายช่องทาง ดุลการค้าคาดว่าจะปรับตัวแย่ลงจากมูลค่านำเข้าพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติถูกปรับลดลงเหลือ 33.2 ล้านคน จาก 34.1 ล้านคน ท่ามกลางต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นและความถี่เที่ยวบินที่ลดลง การบริโภคภาคเอกชนถูกฉุดรั้งด้วยกำลังซื้อที่ถดถอย รวมถึงการลงทุนของภาคธุรกิจมีแนวโน้มชะลอตัวจากความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นและแรงกดดันด้านต้นทุน นอกจากนี้ วิกฤตครั้งนี้ยังถูกยกระดับความรุนแรงเป็นวิกฤตสองทาง เนื่องจากการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ไม่เพียงส่งผลต่อราคาพลังงาน แต่ยังกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของวัตถุดิบต้นน้ำสำคัญ อาทิ พลาสติก ปุ๋ย และผลิตภัณฑ์ยา

ในด้านนโยบายการเงิน คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถูกประเมินว่าไม่เหมาะสมในบริบทที่เงินเฟ้อมีต้นตอจากด้านอุปทาน ขณะเดียวกัน การปรับลดดอกเบี้ยขณะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่เหนือกรอบเป้าหมายอาจกระทบความน่าเชื่อถือของกรอบนโยบายการเงินและยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงินบาท ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงคาดว่าจะหันมาใช้มาตรการเฉพาะจุด ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อประคับประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจแทน

SCB EIC แนะนำให้การตอบสนองเชิงนโยบายการคลังด้วยมาตรการ 3T ได้แก่ Targeted คือการช่วยเฉพาะกลุ่มที่ถูกกระทบแรง เพื่อลดผลกระทบความเดือดร้อนอย่างตรงจุด Temporary คือการบริหารจัดการราคาพลังงานในลักษณะทยอยปรับขึ้นราคาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้เวลาผู้บริโภคในการปรับตัวและลดความเสี่ยงทางการคลัง และ Transform คือการส่งเสริมการลงทุนพลังงานหมุนเวียนและยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว สำหรับเศรษฐกิจโลก SCB EIC คาดว่าการเติบโตจะชะลอตัวสู่ระดับ 2.5% ในปี 2569 โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มเลื่อนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยออกไปจนถึงไตรมาส 4 โดยคาดว่าจะปรับลดเพียง 1 ครั้งในอัตรา 25 bps ตลอดทั้งปี

อ่านต่อ: https://www.scbeic.com/th/detail/product/outlook-q12026


“SCB WEALTH Credit Card by CardX” ขับเคลื่อนกลยุทธ์ Wealth Synergy สู่การยกระดับประสบการณ์ลูกค้ากลุ่มความมั่งคั่ง

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์ ผ่าน SCB WEALTH และ CardX ด้วยการเปิดตัวบัตรเครดิต Co-branded “SCB WEALTH Credit Card by CardX” ภายใต้แนวคิด “Beyond Wealth, Beyond Possibilities” ผลิตภัณฑ์นี้ผสานจุดแข็งด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารความมั่งคั่ง และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้แก่ลูกค้าในกลุ่ม SCB PRIVATE BANKING SCB FIRST และ SCB PRIME การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกลยุทธ์ “Wealth Synergy” ของกลุ่มที่มุ่งเปลี่ยนบทบาทของบัตรเครดิตจากเครื่องมือชำระเงินทั่วไปให้กลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างการสร้างความมั่งคั่งและการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

หัวใจสำคัญของบัตรนี้คือการนำข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายและรูปแบบการดำเนินชีวิตของลูกค้ากลุ่มความมั่งคั่งมาวิเคราะห์และแปลงเป็นสิทธิพิเศษและแคมเปญเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง แทนที่การนำเสนอแบบเหมารวมในรูปแบบเดิม ข้อมูลเชิงลึกพบว่าการช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าเป็นหมวดการใช้จ่ายด้านไลฟ์สไตล์สูงสุดของกลุ่มลูกค้าความมั่งคั่ง และกิจกรรมการใช้จ่ายและแลกของรางวัลกระจุกตัวอยู่ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปออกแบบแคมเปญที่ครอบคลุมห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านอาหารระดับพรีเมียม รถยนต์หรู โรงแรม และแฟชั่นแบรนด์หรู

บริษัทคาร์ดเอกซ์ ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าขั้นสูง เพื่อให้บัตรนี้ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการเป็นลูกค้าตลอดชีวิต เชื่อมต่อลูกค้าศักยภาพสูงเข้าสู่ระบบนิเวศการให้คำแนะนำด้านความมั่งคั่ง ตั้งแต่การติดต่อครั้งแรกไปจนถึงทุกช่วงชีวิต ประกอบกับความร่วมมือกับบริษัทพอยท์เอกซ์ แพลตฟอร์มให้บริหารแลกคะแนนสะสม เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและมูลค่าสูงสุดจากทุกธุรกรรม รองรับลูกค้ากลุ่มความมั่งคั่งอย่างครบวงจรทั้งการใช้จ่าย การลงทุน และการวางแผนการเงินระยะยาว

SCB WEALTH มีประสบการณ์กว่า 20 ปีในการให้บริการลูกค้ากลุ่มความมั่งคั่งครอบคลุมทั้งการวางแผนการเงิน การบริหารพอร์ตการลงทุน การให้คำแนะนำด้านการลงทุน และการส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่น ความร่วมมือในครั้งนี้ช่วยขยายขีดความสามารถดังกล่าวสู่มิติดิจิทัล สร้างประสบการณ์แบบครบวงจรที่เชื่อมไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายกับการวางแผนความมั่งคั่งระยะยาว และกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับอุตสาหกรรมการบริหารความมั่งคั่งของไทย

อ่านต่อ: https://www.scbx.com/th/news/scb-wealth-credit-card/


การแต่งตั้งคุณสารัชต์ รัตนาภรณ์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ มีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ได้แต่งตั้งคุณสารัชต์ รัตนาภรณ์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 สืบต่อจากคุณกฤษณ์ จันทโนทก ซึ่งมีความประสงค์ไม่ต่อสัญญา คุณสารัชต์เป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์ในธุรกิจการเงินมากกว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งตลาดเงิน ตลาดทุน การบริหารกลุ่มลูกค้ารายย่อย และลูกค้าองค์กร รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งบริษัทคาร์ดเอกซ์ในปี 2565 โดยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารตั้งแต่เริ่มก่อตั้งวางรากฐานด้านโครงสร้างเทคโนโลยี กรอบการบริหารความเสี่ยง และรูปแบบประสบการณ์ลูกค้าของบริษัท การแต่งตั้งครั้งนี้มุ่งสร้างความต่อเนื่องในการเปลี่ยนผ่านผู้นำ และรักษาการดำเนินงานให้สอดคล้องกับทิศทางเชิงกลยุทธ์และเป้าหมายทางธุรกิจระยะยาวของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์

อ่านต่อ: https://www.scbx.com/th/news/scb-ceo/

การแต่งตั้งคุณจิมมี่ ฟาน ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด มีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ได้แต่งตั้งคุณจิมมี่ ฟาน ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทคาร์ดเอกซ์ มีผลวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เพื่อเสริมสร้างความต่อเนื่องเชิงกลยุทธ์และเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจบริการทางการเงินดิจิทัลและสินเชื่อเพื่อรายย่อยในกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ปัจจุบันคุณจิมมี่ ฟาน ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทมันนิกซ์ โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัล FINNIX ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์และแมชชีนเลิร์นนิง เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน พร้อมผลักดันการเติบโต ความสามารถทำกำไร และคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง ความเชี่ยวชาญด้านการนำปัญญาประดิษฐ์ มาประยุกต์ใช้กับการประเมินสินเชื่อ การบริหารพอร์ตสินเชื่อ และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า จะช่วยเร่งการเติบโตของธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลของบริษัทคาร์ดเอกซ์ตามแผนกลยุทธ์ของกลุ่ม

อ่านต่อ: https://www.scbx.com/th/news/appoints-cardx-ceo/


เอสซีบีเอกซ์ KakaoBank และ WeBank เดินหน้าพัฒนาธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาในประเทศไทย

เอสซีบีเอกซ์ประกาศความคืบหน้าของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์สามฝ่ายกับ KakaoBank ธนาคารดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ และ WeBank ผู้ให้บริการเทคโนโลยีธนาคารดิจิทัลชั้นนำระดับโลก โดยทั้งสามองค์กรได้ประกาศความมุ่งมั่นอย่างเป็นทางการในการเตรียมความพร้อมสู่การเปิดตัวธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาในประเทศไทย แต่ละพันธมิตรนำจุดแข็งเฉพาะด้านมาผสานกัน โดยกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ชูความเข้าใจเชิงลึกในระบบนิเวศทางการเงินของไทย KakaoBank นำความเชี่ยวชาญด้าน Mobile-first Banking และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่วน WeBank สนับสนุนด้าน AI ขั้นสูงและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการให้บริการในระดับหลายร้อยล้านผู้ใช้ทั่วโลก หลักการออกแบบสำคัญของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขานี้คือการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ตั้งแต่เริ่มต้น โดยมุ่งสู่การเป็น AI-native Bank ที่มอบประสบการณ์ดิจิทัลเฉพาะบุคคลในระดับสูง พร้อมขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินในประเทศไทย

อ่านต่อ: https://www.scbx.com/th/news/scbx-kakaobank-webank-virtual-bank/

เอสซีบีเอกซ์ติดอันดับ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 คะแนนสูงสุดในกลุ่มธนาคารไทย

เอสซีบีเอกซ์ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ภายหลังจากได้รับคะแนน 88 จาก 100 คะแนนในการประเมิน S&P Global Corporate Sustainability Assessment ซึ่งทำให้กลุ่มบริษัทอยู่ในกลุ่ม Top 10% ของธนาคารทั่วโลก และมีคะแนนสูงสุดในอุตสาหกรรมธนาคารของไทย นอกจากนี้เอสซีบีเอกซ์ยังคงรักษาสถานะสมาชิก Dow Jones Sustainability Indices ทั้ง World Index และ Emerging Markets Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของเอสซีบีเอกซ์ ในด้านการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ การขยายการเข้าถึงบริการทางการเงิน และการกำกับดูแลเทคโนโลยี ในฐานะเสาหลักสำคัญของกลยุทธ์ ESG

อ่านต่อ: https://www.scbx.com/th/news/global-sustainability-recognition/


กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ คว้า 12 รางวัล Future Trends Awards

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์คว้า 12 รางวัลจากเวที Future Trends Awards 2026 ครอบคลุม 4 กลุ่มรางวัลใน 7 หมวดหมู่ โดยมีบริษัทในกลุ่มที่ได้รับการยกย่องรวม 8 แห่ง ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทอบาคัสดิจิทัล บริษัทคาร์ดเอกซ์ บริษัทมันนิกซ์ บริษัทหลักทรัพย์อินโนเวสเอกซ์ บริษัทเอสซีบีเทนเอกซ์ บริษัทเอสซีบีเทคเอกซ์ และ บริษัทเอสซีบีเดต้าเอกซ์ รางวัลที่ได้รับครอบคลุมหลากหลายมิติ ทั้งด้านองค์กรที่สร้างผลกระทบเชิงบวกและมีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมสูงสุด ความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสังคม ความน่าดึงดูดในฐานะนายจ้างสำหรับบุคลากรที่มีประสบการณ์และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี รวมถึงรางวัลผู้นำรายบุคคลในมิติสังคมและเทคโนโลยี ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ในการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กร เสริมสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขัน และมุ่งสู่การเป็นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำในระดับภูมิภาค

อ่านต่อ: https://www.scbx.com/th/news/future-trends-awards/

เอสซีบีเอกซ์ติดอันดับ 6 องค์กรที่น่าทำงานที่สุด จาก Top 50 Companies in Thailand 2026

เอสซีบีเอกซ์ได้รับการจัดอันดับที่ 6 ในการสำรวจ Top 50 Companies in Thailand 2026 โดย WorkVenture ก้าวขึ้นจากอันดับที่ 9 ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของบุคลากรรุ่นใหม่และผู้มีความสามารถสูงที่มองว่า SCBX เป็นหนึ่งในองค์กรที่พร้อมรับอนาคตมากที่สุดในประเทศ พัฒนาการดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น AI-first organization ของกลุ่ม ผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงและการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว เอสซีบีเอกซ์ยังคงมุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นคนเป็นศูนย์กลาง บนพื้นฐานของเทคโนโลยีชั้นนำ โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการเป็น “องค์กรในฝันสำหรับคนรุ่นใหม่”

อ่านต่อ: https://www.scbx.com/th/news/rank-6-company-to-work/


คำถามที่พบบ่อย

Q: ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลงจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) มีแผนรองรับอย่างไร

A: แม้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะเผชิญแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง บริษัทยังคงมีความยืดหยุ่นจากโครงสร้างรายได้ที่หลากหลาย โดยมีแรงสนับสนุนหลักจาก

  • รายได้ค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และแพลตฟอร์มลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์
  • การเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจากเงินลงทุนใหม่ของลูกค้า โดยเฉพาะการลงทุนในต่างประเทศ
  • การยกระดับประสิทธิภาพทีมที่ปรึกษาทางการเงินผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
  • รายได้จากธุรกิจบริการทางการเงินดิจิทัลและสินเชื่อเพื่อรายย่อย ซึ่งให้ผลตอบแทนในระดับที่สูงกว่า

ประกอบกับแนวโน้มต้นทุนเงินทุนที่ปรับลดลง ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของกลุ่มมีความทนทานมากกว่าธนาคารที่พึ่งพาสินเชื่อแบบดั้งเดิมเป็นหลัก

Q: ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล-อิหร่าน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลต่อบริษัทอย่างไรในภาพรวม

A: บริษัทไม่มีการลงทุนหรือการให้สินเชื่อโดยตรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ดังนั้นผลกระทบหลักจะเป็นผลกระทบทางอ้อมผ่านภาวะเศรษฐกิจมหภาคของไทย ได้แก่

  • ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ และอาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้
  • ภาคการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าในตะวันออกกลาง อาจได้รับผลกระทบจากความไม่ต่อเนื่องของระบบขนส่ง
  • ภาคการท่องเที่ยว อาจชะลอตัวจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่สูงขึ้น และข้อจำกัดด้านการเดินทาง

ทั้งนี้ บริษัทติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมในการดำเนินมาตรการรองรับความไม่แน่นอน

Q: บริษัทมีแผนช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งดังกล่าวหรือไม่

A: บริษัทได้กำหนดกรอบแนวทางช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยครอบคลุม 3 มาตรการหลัก ได้แก่

  • มาตรการพักชำระหนี้และการปรับโครงสร้างหนี้ สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
  • การสนับสนุนวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ลูกค้า
  • บริการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนผ่านธนาคารไทยพาณิชย์

ทั้งนี้ บริษัทจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับมาตรการให้สอดคล้องกับระดับความรุนแรงของผลกระทบ

Q: เพราะเหตุใดธนาคารไทยพาณิชย์ และ Home Credit Vietnam จึงตัดสินใจยุติธุรกรรม

A: การยุติธุรกรรมเกิดจากปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของคู่สัญญา ส่งผลให้เงื่อนไขบังคับก่อนตามที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้นไม่สามารถบรรลุได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ภายหลังการลงนาม ซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติด้านอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ถือหุ้นในสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ส่งผลให้ธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่ผ่านเกณฑ์ตามข้อกำหนดใหม่ดังกล่าว

Q: การยุติธุรกรรม Home Credit Vietnam มีผลต่อผลประกอบการของบริษัทหรือธนาคารไทยพาณิชย์หรือไม่

A: การยุติธุรกรรมดังกล่าวไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง และไม่มีผลกระทบต่อผลประกอบการของกลุ่มบริษัท เนื่องจากเป็นการยุติสัญญาโดยความยินยอมร่วมกันของทั้งสองฝ่าย