30 มิถุนายน 2569

2Q26 Newsletter

เรียน นักลงทุนและผู้ถือหุ้นที่เคารพ

ยินดีต้อนรับสู่จดหมายข่าวนักลงทุนสัมพันธ์ประจำไตรมาส 2/2569 ฉบับนี้ขอเริ่มต้นด้วยการแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ขอร่วมแสดงความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ และน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจที่ทรงอุทิศเพื่อประเทศและปวงชนชาวไทยตลอดมา จดหมายข่าวฉบับนี้ยังนำเสนอพัฒนาการสำคัญของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์นับตั้งแต่การประชุมนักวิเคราะห์ประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ครอบคลุมทั้งภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค ความคืบหน้าทางธุรกิจ และความก้าวหน้าด้านนวัตกรรม

ในด้านเศรษฐกิจ การผ่อนคลายลงของความตึงเครียดในตะวันออกกลางช่วยบรรเทาแรงกดดันระยะสั้น โดยเฉพาะผ่านราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลง สำหรับประเทศไทย SCB EIC ได้ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของ GDP ปี 2569 เป็น 2.0% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากราคาพลังงานที่ลดลงและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 2.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ SCB EIC คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 2.6% ซึ่งยังอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย ในการประชุมครั้งล่าสุด คณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% และ SCBEIC คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในระดับดังกล่าวตลอดช่วงที่เหลือของปี เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อส่วนใหญ่มาจากปัจจัยด้านอุปทาน ขณะที่เสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง

ภายใต้บริบทดังกล่าว เอสซีบีเอกซ์ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญในด้านเทคโนโลยี การเงินดิจิทัล การบริหารความมั่งคั่ง และความยั่งยืน โดยได้เผยแพร่ AI Outlook 2026 ซึ่งสะท้อนมุมมองเชิงกลยุทธ์ต่อ AgenticAI และชี้ให้เห็นว่า ความได้เปรียบในการแข่งขันจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการออกแบบระบบ กระบวนการทำงาน ข้อมูล และกลไกกำกับดูแลที่ช่วยเปลี่ยนศักยภาพของ AI ให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ นอกจากนี้ เอสซีบีเอกซ์ยังได้เปิดเผยยุทธศาสตร์การเงินดิจิทัลแบบสามชั้น ซึ่งวางรากฐานอย่างเป็นระบบตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้ทางการเงินในโลกจริง

ธนาคารไทยพาณิชย์ยังได้เสริมศักยภาพด้านการบริหารความมั่งคั่งให้กับที่ปรึกษาทางการเงินที่ดูแลกลุ่มลูกค้า Prime ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับบทบาทของที่ปรึกษาทางการเงินสู่การเป็นที่ปรึกษาที่ได้รับความไว้วางใจ พร้อมนำเสนอธีมการลงทุนสำคัญ ในด้านความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์และแสนสิริได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศทางการเงินแบบไร้กระดาษ สนับสนุนแผนของแสนสิริในการก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ใกล้เคียงไร้กระดาษอย่างเต็มรูปแบบ และตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรต่อเป้าหมาย Net Zero

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจดหมายข่าวนักลงทุนสัมพันธ์ฉบับนี้จะช่วยให้ท่านเห็นภาพรวมความคืบหน้าของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ได้อย่างชัดเจน โดยได้จัดทำส่วนของคำถามที่พบบ่อยไว้ท้ายรายงานเพื่ออธิบายประเด็นสำคัญจากคำถามของนักลงทุนและนักวิเคราะห์

ขอแสดงความนับถือ นักลงทุนสัมพันธ์


SCB EIC – Outlook ไตรมาส 2/2569

SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2.0% หลังตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกออกมาดีกว่าคาด สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย และมีแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ราคาพลังงานที่ลดลงช่วยบรรเทาต้นทุนการเดินทางและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ขณะที่การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนจากต่างประเทศในบางอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ดี สำหรับปี 2570 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในระดับใกล้เคียงกันที่ 1.9% สะท้อนข้อจำกัดจากแรงขับเคลื่อนใหม่ที่ยังมีจำกัดและปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ยังคงกดดันเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวยังมีลักษณะ K-shaped อย่างชัดเจน โดยการเติบโตกระจุกตัวมากขึ้นในธุรกิจขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น AI Data center อิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนและการส่งออก แต่ธุรกิจในกลุ่มดังกล่าวมีสัดส่วนการนำเข้าสูง ทำให้ผลบวกต่อห่วงโซ่อุปทานในประเทศ การจ้างงาน และรายได้ในวงกว้างยังมีจำกัด ในทางกลับกัน ครัวเรือนรายได้ต่ำถึงปานกลางและ อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวยังมีลักษณะ K-shaped อย่างชัดเจน โดยการเติบโตกระจุกตัวมากขึ้นในธุรกิจขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น AI, Data center, อิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนและการส่งออก แต่ธุรกิจในกลุ่มดังกล่าวมีสัดส่วนการนำเข้าสูง ทำให้ผลบวกต่อห่วงโซ่อุปทานในประเทศ การจ้างงาน และรายได้ในวงกว้างยังมีจำกัด ในทางกลับกัน ครัวเรือนรายได้ต่ำถึงปานกลางและ ธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยังคงเปราะบางจากการฟื้นตัวของรายได้ที่ล่าช้า ต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนฟื้นตัวได้จำกัด และธุรกิจขนาดเล็กยังเผชิญแรงกดดันด้านยอดขาย สภาพคล่อง และความสามารถในการชำระหนี้ ยังคงเปราะบางจากการฟื้นตัวของรายได้ที่ล่าช้า ต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนฟื้นตัวได้จำกัด และธุรกิจขนาดเล็กยังเผชิญแรงกดดันด้านยอดขาย สภาพคล่อง และความสามารถในการชำระหนี้

ด้านนโยบายการเงิน SCB EIC ปรับลดประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยปี 2569 ลงมาอยู่ที่ 2.6% ซึ่งยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย โดยได้รับผลจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลงและราคาพลังงานที่ลดลง SCBEIC คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% ตลอดปี 2569 เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อส่วนใหญ่มาจากปัจจัยด้านอุปทาน ขณะที่เสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง อย่างไรก็ดี แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำ ภาวะการเงินโดยรวมยังคงตึงตัว โดยเฉพาะต่อลูกหนี้รายย่อยและธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จากความระมัดระวังของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ ท่ามกลางความกังวลด้านคุณภาพสินทรัพย์และความสามารถในการชำระหนี้

ในด้านเศรษฐกิจโลก SCB EIC คาดว่า GDP โลกจะขยายตัว 2.5% ในปี 2569 และ 2.6% ในปี 2570 โดยการลงทุนด้าน AI ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะต่อเศรษฐกิจที่เป็นผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการค้าโลกในช่วงครึ่งหลังของปี ด้านธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5-3.75% ตลอดปี 2569 เนื่องจากธนาคารกลางหลักยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้ภาวะการเงินโลกยังคงตึงตัว

อ่านต่อ: https://www.scbeic.com/th/detail/product/outlook-q22026


เอสซีบีเอกซ์เดินหน้าสร้างระบบนิเวศด้านการเงินดิจิทัลครบวงจร ผ่านโมเดล “Infrastructure–Asset–Use”

เอสซีบีเอกซ์เดินหน้าวางรากฐานระบบนิเวศการเงินดิจิทัลแบบครบวงจร ผ่านโมเดล “Infrastructure–Asset–Use” ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัล การนำสินทรัพย์ทางการเงินเข้าสู่ระบบ on-chain ไปจนถึงการพัฒนา use case ที่ใช้งานได้จริงภายใต้กรอบกฎหมายและหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง แนวทางดังกล่าวสะท้อนวิสัยทัศน์ของเอสซีบีเอกซ์ในการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและ smart contract เพื่อช่วยลดข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของระบบการเงินเดิม ทั้งด้านต้นทุน ความเร็ว การเข้าถึงบริการ และความสามารถในการพัฒนาโปรแกรมทางการเงิน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง และร่วมขับเคลื่อนอนาคตของระบบการเงินที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน

อ่านต่อ: https://www.scbx.com/th/news/future-inclusive-finance/

เอสซีบีเอกซ์ AI Outlook 2026 เมื่อเอไอก้าวสู่โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจ

อสซีบีเอกซ์เปิดตัวรายงาน “SCBX AI Outlook 2026: The Age of Abundant Intelligence” ตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำทางความคิดด้านเอไอ ในการขับเคลื่อนการนำเอไอไปใช้ทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศ รายงานชี้ให้เห็นพัฒนาการของเอไอจากผู้ช่วยแบบแชทไปสู่ระบบ Agentic AI ที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และดำเนินงานได้โดยอัตโนมัติ ทำให้เอไอกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจและองค์กร มากกว่าการเป็นเพียงแหล่งของความได้เปรียบในการแข่งขัน เอสซีบีเอกซ์เน้นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงจะมาจากความสามารถขององค์กรในการเปลี่ยนศักยภาพของเอไอให้เป็นคุณค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้ ผ่านระบบงาน ชั้นข้อมูล กลไกการกำกับดูแล และการประยุกต์ใช้ที่ชัดเจน รายงานยังให้ความสำคัญกับ Responsible AI ซึ่งต้องอาศัยความปลอดภัย การกำกับดูแล และหลักจริยธรรมที่รัดกุม ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถด้านเอไอของไทยและการขยายการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านเอไอในวงกว้าง

อ่านต่อ: https://www.scbx.com/th/news/scbx-unveils-ai-outlook-2026/


SCB WEALTH ยกระดับที่ปรึกษาการลงทุน พร้อมชี้โอกาสการลงทุน

SCB WEALTH จัดสัมมนา “Navigate Opportunity Through Volatility” ให้แก่ทีมที่ปรึกษาทางการเงินที่ดูแลกลุ่มลูกค้า Prime ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับบทบาทสู่การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับความไว้วางใจ ที่สามารถให้คำแนะนำด้านการลงทุนได้อย่างใกล้ชิดและทันต่อสถานการณ์ ภายใต้กลยุทธ์การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ที่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายชีวิต การรักษาความมั่งคั่ง และระดับความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้ โดยกลุ่มลูกค้า Prime หมายถึงลูกค้าที่มีสินทรัพย์เฉลี่ยกับธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน ตั้งแต่ 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท

SCB WEALTH วาง 3 กลยุทธ์สำคัญเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มลูกค้า Prime ได้แก่ การเปลี่ยนลูกค้าจากผู้ฝากเงินสู่การเริ่มต้นลงทุน การขยายพอร์ตลงทุนของลูกค้าปัจจุบันผ่านการบริหารเงินฝากอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง และการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา พร้อมทำงานเชิงรุกร่วมกับพันธมิตรระดับโลก ทีมนักวิเคราะห์การลงทุน และทีมผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนที่ปรึกษาทางการเงินในการสื่อสารมุมมอง กลยุทธ์ และโซลูชันการลงทุนที่เหมาะสมกับลูกค้า

สำหรับมุมมองการลงทุน SCB WEALTH ระบุ 3 ธีมสำคัญที่ขับเคลื่อนโลกการลงทุน ได้แก่ การแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ การเร่งตัวของเทคโนโลยีเอไอ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยเน้นแนวคิดการลงทุนอย่างต่อเนื่องผ่านการทยอยลงทุนในสินทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและศักยภาพเติบโตระยะยาว พร้อมใช้การจัดพอร์ตแบบเน้นคัดเลือกกองทุนหลักที่มีความมั่นคง เพื่อสร้างความมั่งคั่งระยะยาว ควบคู่กับการลงทุนเชิงโอกาส เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะสั้นตามสถานการณ์ตลาด ภายใต้แนวคิดที่ว่าเป้าหมายทางการเงินและความมั่งคั่งของลูกค้าที่ประสบความสำเร็จ เป็นความสำเร็จของเราเช่นกัน

อ่านต่อ: https://www.scb.co.th/th/about-us/news/jun-2569/scb-wealth-navigate-opportunity.html#


ไทยพาณิชย์จับมือแสนสิริ ขับเคลื่อนธุรกรรมการเงินไร้กระดาษเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

แสนสิริและธนาคารไทยพาณิชย์ยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศธุรกรรมการเงินไร้กระดาษ โดยนำ SCB Digital Workflow มาเชื่อมต่อกับระบบ SIRI SmartSign ของแสนสิริ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากกระบวนการกระดาษสู่เอกสารดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือนี้สะท้อนการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานควบคู่กับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมวางรากฐานสู่ระบบนิเวศธุรกรรมการเงินไร้กระดาษในอนาคต และมุ่งยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย

แสนสิริวางแนวทางกลยุทธ์เพื่อลดการใช้กระดาษภายในองค์กร 50% ภายในปี 2026 และเร่งสู่ระดับ 70% ภายในปี 2035 เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ใกล้เคียงไร้กระดาษอย่างเต็มรูปแบบ โดยการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 3,131.6 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่กว่า 150 ต้น นอกจากประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว การลดเอกสารกระดาษยังช่วยเพิ่มความคล่องตัว ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน ลดความเสี่ยงจากเอกสารสูญหาย ลดต้นทุนและพลังงานจากการรับส่งเอกสาร และเพิ่มความโปร่งใสและความถูกต้องในการตรวจสอบ

สำหรับไทยพาณิชย์ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของธนาคารในการสนับสนุนภาคธุรกิจไทยให้เปลี่ยนผ่านสู่แนวทางการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น โดยในปีนี้ธนาคารจะเริ่มนำร่องด้วยบริการออกหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ และระบบการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับแสนสิริ พร้อมตั้งเป้าเปลี่ยนกระบวนการที่ใช้กระดาษเป็นเอกสารดิจิทัล 50% ในปี 2026 และ 70% ในปี 2035 ความร่วมมือนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของไทยพาณิชย์ในการใช้ศักยภาพดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน และมีส่วนร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

อ่านต่อ: https://www.scb.co.th/th/about-us/news/jun-2569/scb-sansiri-paperless-organization.html


พอยท์เอกซ์เดินหน้ายุทธศาสตร์ผ่านแนวคิด “The Ultimate Connectivity Platform”

พอยท์เอกซ์ แพลตฟอร์มบริหารจัดการพอยท์ภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ เปิดเผยทิศทางกลยุทธ์ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “The Ultimate Connectivity Platform” เพื่อตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำพอยท์แพลตฟอร์ม โดยมุ่งพัฒนาการใช้งานพอยท์ใน 3 มิติ ได้แก่ การเชื่อมต่อศักยภาพภายในกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ การสร้างพันธมิตรกับผู้นำในหลากหลายอุตสาหกรรม และการเปิดให้ใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

กลยุทธ์ดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากข้อมูลการใช้งานในแอปพลิเคชันพอยท์เอกซ์ในไตรมาส 1 ปี 2569 โดยปริมาณการใช้พอยท์โดยรวมเติบโต 217% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การแลกพอยท์เป็นเงินคืนและชำระบิลบัตรเครดิตมีสัดส่วนสูงสุดมากกว่า 43% รองลงมาคือการแลกสินค้าและคูปองอิเล็กทรอนิกส์ที่ 29% และไมล์สายการบินที่ 16% ขณะที่การใช้พอยท์ผ่านคิวอาร์โค้ดเพิ่มขึ้น 123% และการช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านโมบายแบงก์กิ้งเติบโตกว่า 113% แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนบทบาทของพอยท์เอกซ์ในการเปลี่ยนพอยท์สะสมให้เป็นคุณค่าในชีวิตประจำวัน

ไฮไลต์สำคัญของแผนงานปีนี้คือความร่วมมือกับเอ็กซ์พีเดียกรุ๊ปในการเปิดตัว Xtravel Powered by Expedia แพลตฟอร์มท่องเที่ยวที่ผสานเข้ากับแอปพอยท์เอกซ์โดยตรง ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหา เปรียบเทียบ และจองเที่ยวบินและที่พักทั่วโลก ใช้พอยท์ได้แบบเรียลไทม์ และชำระร่วมกับบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตได้ภายในแอปเดียว

นอกจากนี้ พอยท์เอกซ์ยังขยายเครือข่ายพันธมิตรครอบคลุมทั้งภายในกลุ่มเอสซีบีเอกซ์และพันธมิตรชั้นนำในภาคเอกชนไทย โดยธนาคารไทยพาณิชย์ได้เชื่อมต่อคะแนนพอยท์เอกซ์เข้ากับบัตรเดบิต SCB LET'S ภายใต้แนวคิด “แค่ใช้ก็ได้พอยท์” ขณะที่คาร์ด เอกซ์พบว่าลูกค้ามีการแลกพอยท์อย่างสม่ำเสมอมากขึ้นหลังการเชื่อมต่อกับพอยท์เอกซ์ และเดอะมอลล์ กรุ๊ปเปิดให้โอนพอยท์ข้ามแพลตฟอร์ม สะสมพอยท์ในศูนย์การค้าผ่านคิวอาร์โค้ด และแลกสินค้าและคูปองอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน XStore โดยการเชื่อมต่อเหล่านี้ครอบคลุมฐานลูกค้ากลุ่มเอสซีบีเอกซ์รวมกว่า 17 ล้านราย

อ่านต่อ: https://www.scbx.com/th/news/pointx-the-ultimate-connectivity-platform/


เอสซีบีเอกซ์ จับมือ บริษัท เนทซีโรคาร์บอน จำกัด ส่งเสริมโครงการข้าว Low Carbon เพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ร่วมมือกับบริษัท เนทซีโรคาร์บอน จำกัด ในการส่งเสริมการปลูก “ข้าว Low Carbon”ผ่านโครงการนาข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ณ ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีการปลูกข้าวยั่งยืน อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งสนับสนุนเกษตรกรไทยผ่านการนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้มาพัฒนากระบวนการเพาะปลูก เพื่อสร้างสมดุลระหว่างมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

หัวใจสำคัญของโครงการคือเทคนิคการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งเป็นการจัดการน้ำในนาโดยสลับช่วงการปล่อยน้ำเข้าและระบายน้ำออก แตกต่างจากวิธีดั้งเดิมที่มีน้ำขังต่อเนื่อง วิธีการนี้ช่วยลดการเกิดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่มีความรุนแรงสูงได้อย่างมีนัยสำคัญ โครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30–40% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 อีกทั้งยังสามารถต่อยอดสู่การสร้างคาร์บอนเครดิต เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในอนาคต

ข้าว Low Carbon จากโครงการนี้ถูกนำไปต่อยอดในหลายมิติ ทั้งการพัฒนาเป็นของขวัญสำหรับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ การใช้ในกิจกรรมองค์กรเพื่อสื่อสารแนวคิดด้านความยั่งยืน และการนำไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อสังคม สะท้อนความมุ่งมั่นของเอสซีบีเอกซ์ในการสนับสนุนสินค้าเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ เอสซีบีเอกซ์มีแผนต่อยอดความร่วมมือกับบริษัท เนทซีโรคาร์บอน จำกัด ในโครงการนาข้าวแบบเปียกสลับแห้งอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันสร้างระบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืนและยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรไทยในเวทีโลก

อ่านต่อ: https://www.scbx.com/th/news/low-carbon-rice/


คำถามที่พบบ่อย

Q: ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ล่าสุดส่งผลต่อผลการดำเนินงานและมุมมองของเอสซีบีเอกซ์อย่างไร

A: ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังน้อยกว่าที่ประเมินไว้ในช่วงแรก แม้สภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจยังมีความไม่แน่นอน แต่ยังไม่เห็นสัญญาณการเสื่อมถอยอย่างชัดเจนในแนวโน้มธุรกิจหลัก ในช่วงต้นปี เอสซีบีเอกซ์มีแผนที่จะเร่งการเติบโตอย่างคัดเลือกในบางกลุ่มธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ทำให้ธนาคารปรับมาใช้แนวทางที่ระมัดระวังมากขึ้น ทั้งนี้ ธนาคารยังไม่ได้เปลี่ยนกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก แต่ได้ชะลอจังหวะการขยายตัวและใช้แนวทางรอดูสถานการณ์จนกว่าทัศนวิสัยทางเศรษฐกิจจะชัดเจนขึ้น

Q: นักลงทุนควรมองแนวโน้มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอย่างไรหลังจากประกาศเลขไตรมาส 1 ปี 2569

A: ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ระดับ 2.99% ได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านจังหวะเวลาของสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ที่เข้ามาในช่วงปลายไตรมาส ส่งผลให้สินเชื่อเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยยังรับรู้ไม่เต็มไตรมาส เอสซีบีเอกซ์ไม่คาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิจะปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากรับรู้รายได้ดอกเบี้ยและผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเต็มไตรมาส

Q: มุมมองล่าสุดต่อคุณภาพสินทรัพย์และแนวโน้มด้านเครดิตเป็นอย่างไร

A: แนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับทรงตัว การเกิดสินเชื่อด้อยคุณภาพใหม่และสัญญาณความเสี่ยงในระยะเริ่มต้นเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น แม้เอสซีบีเอกซ์เคยคาดหวังว่าคุณภาพสินทรัพย์จะปรับตัวดีขึ้นชัดเจนกว่านี้ก่อนที่ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์จะเพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันยังไม่เห็นหลักฐานของการอ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มลูกค้ารายย่อยที่รายได้น้อยยังคงเป็นกลุ่มที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดที่สุด

Q: เอสซีบีเอกซ์มีโอกาสเพิ่มการตั้งสำรองเพิ่มเติมโดยผู้บริหารหากสถานการณ์แย่ลงหรือไม่

A: เอสซีบีเอกซ์ยังเปิดโอกาสในการเพิ่มการตั้งสำรองเพิ่มเติมโดยผู้บริหาร หากสภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจเสื่อมถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มปัจจุบัน ระดับเงินสำรองที่มีอยู่ถือว่าเพียงพอ และธนาคารยังคงรักษาอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพให้อยู่เหนือระดับ 150%

Q: แนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมเป็นอย่างไร

A: รายได้ค่าธรรมเนียมในไตรมาส 1 ปี 2569 แข็งแกร่งเป็นพิเศษ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาวะตลาดทุนและธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่คึกคัก แม้ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงตามฤดูกาลจากผลกระทบของวันหยุดและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ภาพรวมแนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมยังเป็นบวก จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่ยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับพอร์ตการลงทุนของลูกค้าและโอกาสในตลาด

Q: แบงก์เอกซ์จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ Gen 2 ในกลุ่มหรือไม่

A: ความเสี่ยงด้านการแย่งส่วนแบ่งตลาดตัวเองถือว่าอยู่ในระดับจำกัด ตลาดลูกค้ากลุ่มที่ยังไม่ได้รับบริการอย่างเพียงพอและเหมาะสม ในไทยยังมีขนาดใหญ่ และธุรกิจ Gen 2 ยังมีส่วนแบ่งตลาดในระดับไม่สูงเมื่อเทียบกับโอกาสทั้งหมด แบงก์เอกซ์จะมุ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน มากกว่าลูกค้าจากธุรกิจเดิมในกลุ่ม

Q: ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งยังเป็นปัจจัยหลักในการเติบโตหรือไม่

A: ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งยังคงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยตลาดไทยยังมีโอกาสขยายตัวอีกมากจากฐานเงินฝากและสินทรัพย์ทางการเงินที่ยังไม่ได้ถูกนำไปลงทุน การเติบโตในระยะต่อไปจึงมีแนวโน้มมาจากทั้งการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนของลูกค้าปัจจุบันและการดึงเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ผลิตภัณฑ์การลงทุนมากขึ้น โดยธุรกิจบริหารความมั่งคั่งยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตด้านค่าธรรมเนียมของเอสซีบีเอกซ์